18-21 มิถุนายน 2568

บริหารสะดวก จัดการสบาย ด้วยระบบคลาวด์

บริหารสะดวก จัดการสบาย ด้วยระบบคลาวด์

  • ระบบคลาวด์นำเสนอโซลูชั่นในการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับขนาดได้และยืดหยุ่นในการจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล และการวิเคราะห์ ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และระบบได้แบบไม่สะดุด ทำให้มั่นใจว่าข้อมูลจะไหลเวียนทั่วทั้งโรงงานอย่างราบรื่น
  • สามารถตรวจสอบและควบคุมกระบวนการผลิตได้จากระยะไกล เข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์และทำการตัดสินใจอย่างมีข้อมูลได้จากทุกที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • ขจัดความจำเป็นในการลงทุนล่วงหน้าจำนวนมากในโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กร
  • โมเดลการกำหนดราคาแบบจ่ายตามที่ใช้งานทำให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพด้านต้นทุน พร้อมด้วยความสามารถในการปรับขนาดทรัพยากรได้ตามต้องการ
  • เทคโนโลยีและเซ็นเซอร์ใหม่ ๆ สามารถบูรณาการได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องดัดแปลงโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่อย่างมีนัยสำคัญ

    ระบบคลาวด์มีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารต่างๆ ซึ่งด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นต่อไปนี้ ช่วยเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมการผลิต

การจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ระบบบนคลาวด์ช่วยให้สามารถรวบรวม การจัดเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้

การตรวจสอบแบบเรียลไทม์ การเชื่อมต่อระบบคลาวด์ช่วยให้มั่นใจได้ถึงการไหลของข้อมูลแบบเรียลไทม์ทั่วทั้งโรงงาน เปิดการมองเห็นทั่วทั้งองค์กร (สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึง) และช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (PdM) ใช้ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อคาดการณ์ความล้มเหลวของอุปกรณ์และเครื่องจักร และเพิ่มประสิทธิภาพงานการบำรุงรักษาแบบเรียลไทม์ เพิ่มอายุการใช้งานให้สูงสุด ในขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงการหยุดชะงักในการปฏิบัติงาน

ความยืดหยุ่นและการเข้าถึง ระบบคลาวด์ให้การเข้าถึงข้อมูลและแอปพลิเคชันจากระยะไกล ทุกที่ทุกเวลา ตอบโจทย์เทรนด์การทำงานแบบ New Normal ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานจากทุกที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ช่วยเพิ่มการทำงานร่วมกันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เป็นอย่างดี

ลดความเสี่ยงของการสูญเสียข้อมูล โดยทั่วไปผู้ให้บริการคลาวด์จะมีศูนย์ข้อมูลหลายแห่งในที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน จึงรับประกันความพร้อมใช้งานสูงและลดความเสี่ยงของการสูญเสียข้อมูลอันเนื่องมาจากความล้มเหลวของฮาร์ดแวร์หรือภัยพิบัติต่างๆ ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการระบบคลาวด์มักเสนอข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ที่รับประกันความพร้อมใช้งานของบริการในระดับหนึ่ง ทำให้มั่นใจในความน่าเชื่อถือของโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์

มาตรการรักษาความปลอดภัยระดับมืออาชีพ ผู้ให้บริการคลาวด์ลงทุนอย่างมากในมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงการเข้ารหัส ไฟร์วอลล์ และการควบคุมการเข้าถึง โดยส่วนใหญ่จะมีทีมรักษาความปลอดภัยและทรัพยากรโดยเฉพาะ เพื่อตรวจสอบและตอบสนองต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นทุกเมื่อ

ลดต้นทุน โดยทั่วไปบริการคลาวด์จะจ่ายตามการใช้งาน จึงประหยัดทรัพยากร และช่วยลดความจำเป็นในการลงทุนล่วงหน้าในด้านฮาร์ดแวร์และโครงสร้างพื้นฐาน

เพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากร Cloud ERP (ระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารจัดการข้อมูลภายในองค์กรที่ดำเนินการผ่านคลาวด์) สามารถปรับกระบวนการตัดสินใจและการผลิตให้เหมาะสม และทำให้โรงงานปรับตัวเข้ากับเงื่อนไขและข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลงไปได้ 

ความสามารถในการปรับขนาด ระบบคลาวด์สามารถปรับขนาดได้อย่างง่ายดายเพื่อรองรับการขยายธุรกิจและความผันผวนของความต้องการ

การเข้าถึงทั่วโลก ผู้ให้บริการคลาวด์มักนำเสนอเครือข่ายระดับโลก ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถขยายการดำเนินงานได้อย่างง่ายดาย

    นอกเหนือจากระบบคลาวด์ทั่วไปแล้ว ยังมี แพลตฟอร์มคลาวด์อุตสาหกรรม (Industry Cloud Platform) ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่โดดเด่น นำเสนอโซลูชันการประมวลผลแบบคลาวด์ที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการและข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม มีสภาพแวดล้อมที่กำหนดค่าไว้ล่วงหน้าและมีการบูรณาการเข้ากับเทคโนโลยีต่างๆ  ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน ซอฟต์แวร์เฉพาะอุตสาหกรรม และบริการที่เฉพาะเจาะจง ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย

    การพัฒนาโซลูชันระบบคลาวด์อุตสาหกรรมจะอิงจากการวิจัยที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการเฉพาะของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรมมากขึ้น โซลูชันคลาวด์อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์ม AI/ML  เช่น การตลาด, ทรัพยากรบุคคล, B2B และการกำหนดราคา ที่ได้รับการปรับแต่ง จะเป็นที่ต้องการมากกว่าโซลูชันทั่วไป

    ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา Accenture, Microsoft และ Unilever ได้เสร็จสิ้นการย้ายระบบคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดและซับซ้อนที่สุดครั้งหนึ่งในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค การย้ายข้อมูลดังกล่าวช่วยให้ Unilever ซึ่งมีแบรนด์มากกว่า 400 แบรนด์ มีผู้ใช้งาน 3.4 พันล้านคนต่อวัน กลายเป็นองค์กรที่ใช้ระบบคลาวด์เท่านั้น และด้วย Azure จาก Microsoft ที่เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์หลัก Unilever สามารถเร่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงการบริการลูกค้า และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากนี้ การย้ายไปยัง Azure ยังสอดคล้องกับความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของ Unilever ด้วยการช่วยให้บริษัทต่อยอดความก้าวหน้าในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ เพราะ Unilever สามารถคาดการณ์และปรับให้เข้ากับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วกว่าที่เคย

    ปัจจุบัน อุตสาหกรรมคลาวด์ทั่วโลกกำลังพัฒนาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น และความต้องการโซลูชันที่ปรับขนาดได้และมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น โดย MarketsandMarkets คาดว่ามูลค่าตลาดคลาวด์ทั่วโลกจะเติบโตจาก 626,420ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2566 เป็น 727,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2567 เพิ่มขึ้น 16.2% และเห็นได้ชัดเจนว่าบริษัทด้านเทคโนโลยีให้ความสำคัญกับบริการคลาวด์ที่ใช้ Generative AI มากขึ้น ซึ่งพร้อมที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมทั่วโลก

    โปรดติดตามข่าวคราวล่าสุดและอัพเดทความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในแวดวงการก่อสร้างและโรงงานได้ที่  FacTech Blogs และเตรียมพบกับ FacTech 2024 งานแสดงเทคโนโลยีเพื่อการก่อสร้าง บำรุงรักษา บริหารจัดการโรงงานและอาคาร ในวันที่ 19-22 มิถุนายน 2567 ณ ไบเทค บางนา

   

Share this Blog on: